รับจํานองคอนโด

รับจํานองคอนโด คำสัญญา ขายฝากเป็นอะไร (แบบเข้าใจง่าย) ?ขายฝาก เป็นการทำข้อตกลง ขายฝากหมายถึงการทำข้อตกลงเพื่อกู้ยืมซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากมาย ในประเทศไทย เพราะผู้กู้หนี้ยืมสินจะได้รับการยินยอมเร็ว นักลงทุนที่รับทำชอบให้วงเงินสูงขึ้นยิ่งกว่าจำนองค่อนข้างจะเยอะแยะ แล้วก็จะไม่ดู Statement ไม่เชคแบลคลิส และเครดิตลูกหนี้ โดยรายละเอียดของสัญญาแบ่งออกเป็น ข้อๆดังต่อไปนี้การตกลง ขายฝากหมายถึงการทำข้อตกลงกู้หนี้ยืมสิน ที่ลูกหนี้จะทำการขายบ้านให้กับเจ้าหนี้ แต่ว่ามีกติกากันเพิ่มเติมว่า ลูกหนี้สามารถซื้อบ้านคืนได้ตามช่วงเวลาที่ระบุกันไว้ ได้แก่

รับจํานองคอนโด

“นายตู่ นำบ้านพร้อมที่ดิน ไปทำ ข้อตกลง ขายฝาก กับ นางปู โดยทำคำสัญญาเป็นระยะเวลา 1 ปี”ความหมายเป็น นายตู่ ทำขายบ้านพร้อมที่ดินให้กับ นางปู โดยถ้าข้างใน 1 ปีหลังทำความตกลง แม้นายตู่อยากซื้อบ้านคืน นาง%E

ขายฝากบ้านติดจำนองแบงค์ ทำได้ไหม?

ขายฝากบ้านติดจำนองแบงค์ ทำได้ไหม?ปัญหาอย่างหนึ่ง สำหรับบ้านที่ยังติดธนาคาร แต่ไม่สามารถรีไฟแนนต์กับทางแบงค์หรือสถาบันการเงินได้ บางทีอาจจะติดปัญหาดังต่อไปนี้

1. ไม่สามารถที่จะรีไฟแนนต์ที่อื่นได้ เพราะว่า เรื่องราวเครดิตไม่ดี ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ธนาคาร ภาระหนี้สินเดิมสูง

2. ยอดหนี้ที่ติดอยู่ ต่ำกว่า 500,000 บาท อาจะมีบางแบงค์ไม่รับยอดหนี้ต่ำลงมากยิ่งกว่า 5 แสนอีกหนึ่งทางออก ซึ่งสามารถทำได้ กรณีบ้านติดจำนำแบงค์อยู่ แต่ว่าอยากได้รีไฟแนนต์ เพื่อปรารถนาเงินลงทุน ปิดหนี้สิน ต่างๆรวมหนี้ ลดภาระหนี้สิน ในระบบลง เพื่อเครียร์เครดิตบูโรในระบบ นั้นก็คือ การถอนถอนบ้าน โฉนดที่ดิน มาจากแบงค์ มาทำขายฝาก

ไว้กับบริษัทเอกชน หรือ ผู้ลงทุนทั่วๆไปโดยเริ่มแรก ต้องทำความเข้าใจ ความหมายการ “ขายฝาก” หมายถึงอะไรก่อนความหมายการขายฝากวิธีขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่งเจ้าของในเงินทองตกไปยังผู้บริโภค โดยมีข้อตกลงกันว่าคนขายอาจจะไถ่คืนทรัพย์นั้นคืนภายในช่วงเวลา ที่กำหนดไว้ในคำสัญญา หรือมิฉะนั้นในการตั้งเวลาตามกฎหมาย

คือ ถ้าเกิดเป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บ้าน ที่ดิน จำเป็นต้องไุถ่ถอนด้านใน 10 ปี นับตั้งแต่ในตอนที่มีการซื้อขาย แม้เกินกำหนดในเวลานี้แล้วข้อบังคับนับว่า กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ที่ขายฝาก เป็นของคนรับซื้อฝากทันที กรณีที่ทำความตกลงตั้งเวลาไถ่ถอนนานเกินกว่า 10 ปี ก้อจะต้องต่ำลงมาเป็น 10 ปี หรือทำความตกลงกำหนดเวลาไถ่คืนไม่ต่ำยิ่งกว่า 10 ปี ก็จะเลื่อนเวลาไม่ได้

ขายฝาก เป็นยังไง?

ปริมาณผู้เข้าชม | ขายฝาก คืออะไร?แนวทางการขายฝาก คืออะไรการขายฝาก คือ การซื้อขายอย่างหนึ่งซึ่งกรรมสิทธิ์ในเงินตกเป็นของผู้บริโภคฝากในทันที แต่มีกติกาว่า คนขายฝากอาจไถ่ทรัพย์สมบัติคืนได้ภายในช่วงเวลาที่ระบุ สินทรัพย์ใด ขายฝากได้บ้าง สินทรัพย์ทุกประเภทขายฝากได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน รถยนต์ เรือ นาฬิกา แต่ว่าการซื้อขายทรัพย์อะไรบางอย่างต้องทำตามอย่างแบบที่กฎหมายกำหนดไว้แบบของข้อตกลงขายฝาก

1. หากเป็นการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ (สินทรัพย์ที่เคลื่อนมิได้) ดังเช่นว่า บ้าน หรือที่ ดิน หรือขายฝากเรือกำปั่น หรือเรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟหรือเรือยนต์ที่มี ระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป เรือนแพที่คนอาศัย สัตว์ยานพาหนะ ดังเช่น ช้าง ม้า วัว เป็นต้น

2. ถ้าหากเป็นการขายฝากสังหาริมทรัพย์ ที่ราคาแพง 500 บาทหรือเรียกว่า 500 บาท ขึ้นไป แนวทางการขายฝากนี้ต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือ ให้ผู้ขายและคนซื้อลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือ หรือควรมีการวางมัดจำ หรือมีการใช้หนี้ใช้สินบางส่วนไปแล้ว มิฉะนั้นจะฟ้องคดีให้ศาล บังคับมิได้การไถ่สินทรัพย์คืนหรือการซื้อกลับคืน

1. สินไถ่ คือ จำนวนเงินที่คนขายฝากจะต้องเอามาชำระแก่ผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอไถ่เอา ทรัพย์สินคืนซึ่งบางครั้งอาจจะตกลงเอาไว้ในคำสัญญาขายฝากไหมได้ตกลงไว้ก็ได้ และสินไถ่ควรจะเป็น เงินเสมอแล้วก็ไถ่ถอนกันด้วยสินทรัพย์อันอื่นไม่ได้

2. ระยะเวลาการไถ่คืนเงินทองที่ขายฝาก

2.1 วิธีขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ต้องกำหนดไถ่คืนกันภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

2.2 วิธีขายฝากสังหาริมทรัพย์ ต้องกำหนดไถ่คืนกันภายในเวลาไม่เกิน 3 ปี

3. การไถ่คืนทรัพย์สินคืนมีข้อพิเคราะห์ดังนี้

3.1 จะต้องไถ่ด้านในตั้งเวลาที่ตกลงกันไว้ จะไถ่เมื่อเกินกำหนดแล้วมิได้ และก็เจ้าของในสินทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากอย่างเด็ดขาด ผู้ขายฝากหมดสิทธิไถ่

3.2 ขยายตั้งเวลาไถ่สินทรัพย์คืนสามารถทำเป็น ควรมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงชื่อผู้รับไถ่

4. บุคคลที่มีสิทธิไถ่สินทรัพย์ที่ขายฝากคืนได้

4.1 ผู้ขายฝากหรือทายาทของผู้ขายฝาก

4.2 ผู้รับโอนสิทธิการถอนสินทรัพย์คืน

4.3 บุคคลซึ่งในข้อตกลงยอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้

5. บุคคลที่มีสิทธิให้ไถ่คืนได้

5.1 ผู้รับซื้อฝากหรือถ้าหากคนรับซื้อฝากตายก่อนถึงกำหนดเวลาไถ่ ผู้ขาย ฝาก ต้องไปขอไถ่จากผู้สืบสกุลของผู้รับฝาก

5.2 คนรับโอนสินทรัพย์ที่ขายฝากนั้น จากผู้ซื้อฝากเดิมดอกผลของสินทรัพย์ ที่ขายฝากที่เกิดขึ้นในระหว่างการขายฝากดอกผลของทรัพย์สินที่ขายฝากซึ่งเกิดขึ้นใน ระหว่างวิธีขายฝากย่อมเป็นของคนซื้อฝาก ค่าธรรมเนียมตอนลงลายลักษณ์อักษรขายฝาก ผู้บริโภคฝากเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียม

หลักเกณฑ์มีดังต่อแต่นี้ไป

1. วงเงินอนุมัติสำหรับเพื่อการขายฝาก จะให้อยู่ 50-70% ของค่าตลาดปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุดังกล่าวควรจะติดจำนำแบงค์อยู่ไม่สูงมากสักเท่าไรนัก จึงจะสามารถทำขายฝากได้

2. ข้อตกลงขายฝาก ขั้นต่ำ 1 ปี และสามารถขยายเวลาการไถ่ถอน ไม่เกิน 10 ปี

3. สินไถ่ถอน ไม่เกิน 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน

4. ระหว่างข้อตกลงขายฝาก นั้น ผู้รับขายฝาก ยังสามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์สมบัตินั้นได้อยู่คราวนี้ มาดูว่า จุดเด่น จุดบกพร่อง ของแนวทางการทำขายฝากกันบ้างจุดเด่น

– สามารถลดภาระหนี้ในระบบ ให้ต่ำลงได้

– ได้เงินทุนเพื่อเวียน หรือปิดหนี้สินต่างๆ

– สามารถล้างเครดิตบูโร ในระบบลงได้ เพื่อเปิดโอกาส ให้สร้างเครดิตใหม่ๆ

– เพื่อเปิดช่องให้ สามารถนำหลักทรัพย์กลับเข้าระบบแบงค์อีกครั้ง * มีบางธนาคารที่รับไถ่ถอนหลักทรัพย์ที่ติดขายฝากอยู่จุดด้วย

– เจ้าของในเงินทองตกเป็นของ คนรับซื้อฝาก ในทันทีตั้งแต่วันแรกที่ลงลายลักษณ์อักษร

– รายจ่ายในโอนกรรมสิทธิ์ เยอะแยะ ไม่แตกต่างจากการ ซื้อ ขายธรรมดา

– มีบางธนาคาร ที่รับไถ่ถอน หลักทรัพย์ที่ขายฝากอยู่ แบงค์ส่วนใหญ่ ไม่รับไถ่คืน

แนวทางการขายฝากคือ การซื้อขายอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่ง ผู้ขายฝากจะเรียกว่าลูกหนี้ก็ได้และผู้บริโภคฝากก็ไม่ใช่ผู้ใดกันแน่อื่นใดก็คือเจ้าหนี้นั่นเอง อีกทั้งลูกหนี้แล้วก็เจ้าหนี้ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องทำสัญญาขายฝากตามแบบที่กฎหมายได้กำหนดไว้ว่า หากวิธีขายฝากสังหาริมทรัพย์ปกติ

จะต้องมีแนวทางการทำหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีการใช้หนี้นิดหน่อยไม่ว่าจะเป็นเงินสด หรือส่งมอบข้าวของก็ได้ แม้ไม่ปฏิบัติตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้ คู่สัญญาตามสัญญาขายฝากจะมาฟ้องศาลกันมิได้ แต่ถ้าหากแนวทางการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ คู่สัญญาขายฝากจำเป็นต้องทำกันเป็นหนังสือและก็จำต้องจดทะเบียนด้วย

จะทำเป็นหนังสือสิ่งเดียวมิได้สำหรับที่ดินจำต้องลงบัญชีแนวทางการขายฝากต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินเนื่องจากว่ากฎหมายกำหนดไว้แบบนั้นรวมทั้งเป็นแบบที่ข้อบังคับกำหนดไว้ด้วย หากไม่ทำตามแบบที่กำหนดก็จะถือว่าการขายฝากที่ดินนั้นตกเป็นโมฆะการขายฝาก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา491 ได้ให้คำนิยามไว้ว่า อันว่าขายฝากนั้น

คือ สัญญาซื้อขาย กรรมสิทธิในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีกติกากันว่าคนขายอาจไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ จากนิยามที่ว่านี้จะเห็นได้ว่าการขายฝากนับว่าเป็นสัญญาที่ทำให้เจ้าหนี้หรือผู้ซื้อได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ แม้กระนั้นกรรมสิทธิ์ของผู้บริโภคนั้นยังอยู่กับ”ผู้ขายฝาก” เนื่องจาก”ผู้ขายฝาก”ยังสามารถที่จะไถ่คืนเงินทองหรือที่ดินนั้นได้อยู่เป็นประจำ

ภายในกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สิน หากผู้ขายฝากมิได้ไถ่ทรัพย์สินคืนด้านในระบุช่วงเวลาก็จะถือว่ากรรมสิทธิ์ในเงินนั้นเป็นของผู้บริโภคฝากโดยทันที มาดูกันว่าการกำหนดช่วงเวลานั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดไว้เช่นไร รับจํานองที่ดินตาบอด ในมาตรา492 วรรคแรกว่า ในเรื่องที่มีการไถ่เงินซึ่งขายฝากภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่ระบุ

หรือผู้ไถ่ได้วางสินทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อที่ทำการวางสมบัติพัสถานด้านในกำหนดเวลาไถ่ ต่อที่ทำการวางทรัพย์สินด้านในกำหนดเวลาไถ่ โดยสละสิทธิ ถอนสินทรัพย์ที่ได้วางไว้ให้เงินทองซึ่งขายฝากตกเป็นเจ้าของของผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้จ่ายสินไถ่

หรือวางสมบัติพัสถานอันเป็นสินไถ่แล้วแต่กรณี ดังนี้เป็นการหมายความว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะกำหนดระยะเวลาไถ่ทรัพย์สินขายฝากกันไว้เท่าไรก็ได้ แต่ว่าจำต้องไม่เกินระยะเวลาที่ข้อบังคับกำหนดไว้ในมาตรา 494 และมาตรา 495 ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้กำหนดไว้ดังนี้มาตรา494 ท่านห้ามไม่ให้ใช้สิทธิไถ่เงินซึ่งขายฝากเมื่อพ้นเวลา ดังที่กำลังจะกล่าวต่อไปในขณะนี้

(1) ถ้าเกิดเป็น อสังหาริมทรัพย์ กำหนด สิบปี นับจากเวลาซื้อขาย

(2) ถ้าหากเป็น สังหาริมทรัพย์ กำหนดสามปี นับจากเวลาซื้อขายอย่างไรก็ดีเกี่ยวกับกำหนดช่วงเวลาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ในกรณีที่ผู้บริโภคฝากแล้วก็ผู้ขายฝาก ได้มีการตกลงระบุช่วงเวลาไถ่สินทรัพย์กันไว้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 494 ผู้ขายฝากและก็ผู้ซื้อฝากก็บางทีอาจ ตกลงกันขยายกำหนดช่วงเวลาไถ่ทรัพย์สินได้

แต่ว่าเมื่อรวมระบุช่วงเวลาไถ่เงินดังที่ตกลงกันไว้แรกเริ่มและระบุระยะเวลาที่ตกลงทำขยายระยะเวลานั้น จะต้องไม่เกินกำหนดระยะเวลาไถ่ทรัพย์สินตามมายี่ห้อ 494 ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น รวมทั้งสาระสำคัญอีกประการหนึ่งของข้อตกลงวิธีขายฝาก คือ คนขายฝากและก็คนซื้อฝากต้องกำหนดสินไถ่วันไว้ภายในสัญญาขายฝากนั้นด้วย ในเรื่องที่ไม่ได้กำหนดสินไถ่กันไว้ ศาลฎีกาท่านได้วางหลักไว้ว่าสินไถ่เสมอกันราคาจากที่ได้ขายฝากกันไว้เท่านั้น

กลับสู่หน้าหลัก