oem

oem

oem ย่อมาจาก Original Equipment Manufacturer เป็นบริษัทผู้รับจ้างผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนของผลิตภัณฑ์เพื่อให้บริษัทอื่นสามารถนำไปขายหรือทำการตลาดต่อได้ในแบรนด์อื่น บริษัท OEM ส่วนมากจะชำนาญด้านการสร้างมากยิ่งกว่าวิธีขาย แบบอย่างของบริษัทที่ผลิตผ่าน ดังเช่น Apple Huawei แล้วก็ Nintendoบางครั้งบางคราวแบรนด์ดังระดับโลกก็จ้าง สำหรับเพื่อการผลิตสินค้า o e m ด้วยเหตุว่าโรงงาน บางบริษัทก็มีกำลังในการผลิตเยอะมาก และครั้งคราวแบรนด์เล็กๆที่ไม่มีทุนพอที่จะสร้างโรงงานเองก็ว่าจ้าง ผลิตได้แบบเดียวกัน

คำที่เราได้ยินบ่อยมากเกี่ยวกับ OEM

ก็คือ ‘ไม่ใช่ของแบรนด์ดัง แม้กระนั้นสร้างขึ้นมาจากโรงงานเดียวกัน’ นั่นก็เนื่องจากว่า บางสิ่งตัวอย่างเช่น วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผลิตจากโรงงานที่จีน รวมทั้งโรงงานกลุ่มนี้ผลิตสินค้าให้เจ้าของแบรนด์หลายรายคนจำนวนไม่น้อยบางครั้งก็อาจจะรู้กันแล้ว แต่แบรนด์ใหญ่ๆหลายเจ้าไม่ได้เป็นเจ้าของโรงงานผลิตเอง บริษัทแบรนด์โทรศัพท์มือถืออย่าง Apple หรือ Samsung ก็ทำเพียงแค่การออกแบบ

แล้วค่อยจ้างแรงงานบริษัทอื่นผลิตให้อีกครั้ง (เรียกว่าการ outsource)แน่ๆว่าหากแม้จะมาจากโรงงานหรือผู้สร้างเดียวกัน ก็มิได้มีความหมายว่าจะใช้วัตถุดิบตัวเดียวกัน และไม่ได้รับรับรองว่ากระบวนการสำคัญอื่นๆจะสามารถเท่ากันได้ ตัวอย่างเช่นการควบคุมคุณภาพ หรือการบริการข้างหลังวิธีขายซึ่งก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับหลายแบบอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ครีมต่างๆหรือมือถือยิห้อแพงๆด้วยเหตุว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีกางรนดฺ์ก็คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีตัวตน

รวมทั้งพอไม่มีตัวตน ลูกค้าก็ไม่อาจจะมุ่งมาดให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ทุกอัน อยู่ในระดับเดียวกันได้ตลอดอย่างไรก็ตาม เราก็ไม่สามารถที่จะฟันธงได้ว่าผลิตภัณฑ์ ทุกจำพวกแย่หมด แค่บางทีอาจจะเป็นสินค้าที่มีการเสี่ยงมากยิ่งกว่าเท่านั้นเอง (บางทีอาจจะไม่คุ้มเงิน เนื่องจากว่าเสียง่าชูว่า ไหมมีประกัน)

OEM ดีไหม – ส่วนที่ดีและส่วนที่เสีย

นั้นมีที่อยู่ในเศรษฐกิจ และมีสาระอีกทั้งสำหรับผู้ซื้อ บริษัทขนาดใหญ่รวมทั้งบริษัทขนาดเล็ก ในส่วนนี้พวกเรามาลองดูจุดเด่นข้อผิดพลาดของ กันบ้างส่วนดีส่วนเสียของ สำหรับคนซื้อราคาถูกมากกว่า

แบรนด์ดัง – สำหรับลูกค้าหลายๆคน ราคาก็คือจุดขายหลัก ซึ่งสินค้าไม่มีแบรนด์หรือแบรนด์ที่ไม่ดังจากโรงงาน ก็มักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายในราคาต่ำยิ่งกว่า โดยบางครั้งก็อาจจะแลกเปลี่ยนกับ ‘ฟีเจอร์’ บางสิ่งที่ไม่เท่าเทียม เช่นคุณภาพแล้วก็อายุการใช้งานประสิทธิภาพที่อาจ

ไม่เสมอกัน – ไม่ว่าคนสามัญจะกล่าวยังไง โดยเฉลี่ยแล้วสินค้าที่มีแบรนด์ก็มักจะมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งกว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแบรนด์ แต่ ผลิตภัณฑ์คุณภาพดีก็ไม่ได้มีความหมายว่าจะมีความ ‘คุ้มราคา’ เสมอไป ในส่วนนี้คนซื้อจะต้องไปชั่งใจเองว่าการซื้อผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพง เทียบกับประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าหรือการเสี่ยงที่มากกว่า นั้นคุ้มราคาหรือไม่การตลาดรวมทั้งบริการหลัง

แนวทางการขาย – ในเชิงธุรกิจนั้น การที่สินค้าแบรนด์ดังตั้งราคาแพง ส่วนมากก็เพราะเหตุว่าบริษัทพวกนี้จะนำผลกำไรไปใช้ในหัวข้อการตลาดแล้วก็การบริการหลังการขาย สำหรับคนซื้อการตลาดก็เป็นปัญหาของการเข้าถึง พวกเราไม่อาจจะรู้ได้ว่าสินค้าแบรนด์ไหนดีหรือเปล่าดีตราบจนกระทั่งจะได้รับข้อมูลที่ได้มาจากการตลาด รวมทั้งพวกเราก็เป็นไปไม่ได้รู้ดีว่าผลิตภัณฑ์ไหนมีการเสี่ยงสูง

ตราบจนกระทั่งทางผู้ครอบครองแบรนด์จะออกมารับประกันสำหรับผู้บริโภค สินค้าจากโรงงานสามารถแบ่งได้เป็นสามจำพวก ก็คือ แบรนด์ใหญ่ที่ใช้โรงงาน แบรนด์รองที่ใช้โรงงานและ สินค้าที่ไม่มีแบรนด์ ถ้าพวกเราดูแบรนด์ว่าคือความน่าวางใจอย่างหนึ่งพวกเราก็บางทีอาจจะตีความได้ว่าสินค้าที่มีแบรนด์ก็จะมีคุณภาพดีมากกว่า แม้กระทั่งผลิตมาจากโรงงาน เดียวกันนั่นเอง

ข้อดีขอเสีย

สำหรับบริษัทจ้างเลือกโฟกัสให้ธุรกิจ – เทรนด์ธุรกิจสมัยนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทที่ทำทุกอย่างก็บางทีอาจจะมิได้เก่งทุกสิ่งเสมอ บางครั้ง การที่บริษัทเลือกที่จะออกแบบด้วย ผลิตผลิตภัณฑ์ด้วย ทำการตลาดด้วย ก็เป็นการเลือกทำอะไรเยอะเกินไป จนกระทั่งทำให้ประธานไม่สามารถดูแลธุรกิจให้ถี่ถ้วนได้ในกรณีนี้ ถ้าหากประธานไม่มั่นใจในความชำนาญด้านการผลิต หรือคิดว่าการผลิตเองไม่คุ้ม การปล่อยให้ผู้ที่มีความชำนาญอย่าง โรงงาน เป็นคนดูแลก็ดีแล้วกว่า

การบริหารความสัมพันธ์ – การเลือกโรงงานผลิตสินค้าก็คือการเลือกคู่ค้าทางธุรกิจอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าการเลือกคู่ค้าทางธุรกิจนั้นก็เป็นกรรมวิธีที่ใช้เวลา รวมทั้งบางทีอาจจะไม่เหมาะกับธุรกิจบางชนิด ปัญหาบางอย่างที่สามารถแก้กันในหน่วยงานเองได้ ก็เปลี่ยนแปลงจากปัญหาที่เล็กกลายมาเป็นปัญหาที่ใหญ่ระหว่างสองบริษัทได้ ซึ่งก็ทำให้หลายบริษัทเลือกที่จะว่าจ้าง ‘พนักงานดูแลความเชื่อมโยง’ ระหว่างธุรกิจที่จ้างผลิตและก็ธุรกิจ คุณภาพ เวลารวมทั้ง

เงินลงทุน – ท้ายที่สุดแล้ว ต้นสายปลายเหตุที่เกี่ยวพันกับการสร้างก็หนีไม่พ้น 3 ต้นสายปลายเหตุนี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการจะผลิตด้วย สินค้าบางจำพวกก็สามารถหาโรงงาน ผลิตได้ง่าย แถมยังทำเป็นเร็วและทำได้ในราคาไม่แพง แม้กระนั้น สินค้าอะไรบางอย่างก็ยากที่จะหาวัตถุดิบรวมทั้งโรงงานที่สามารถผลิตได้ตามตัวเลขแล้วก็ตามประสิทธิภาพที่ธุรกิจคาดหวัง

โดยทั่วไปนั้น ผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตได้เรื่อยๆขายของเดิมได้ไปตลอด 10 ปี 20 ปี ก็จะมีราคาถูกมากกว่าถ้าเกิดเจ้าของแบรนด์ผลิตเอง อย่างเช่นพวกเครื่องดื่มน้ำหวานต่างๆหรือโรงงานฉีดพลาสติก ที่เป็นสินค้าที่ดีไซน์ครั้งเดียวแต่ผลิตได้เรื่อยขายได้เรื่อยแต่ว่าสินค้าบางชนิดที่ต้องมีความเคลื่อนไหวบ่อย เปลี่ยนสูตรบ่อยครั้ง ก็บางครั้งก็อาจจะคุ้มกับการว่าจ้างโรงงาน มากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่องค์กรไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เก่งหัวข้อการผลิต เป็นต้นว่า ผลิตภัณฑ์ความสวยความงามแบบติดเทรนด์ หรือสินค้าเทคโนโลยี เป็นต้นนอกจากนั้นแล้ว ก็ยังมีเรื่องของเงินลงทุนในระยะสั้นรวมทั้งเงินทุนในระยะยาว ที่ถือได้ว่าปัจจัยชี้แนะหรือว่าแนวทางของกระบวนการทำธุรกิจจะไปทางไหน ถ้าหากหน่วยงานมิได้มีเงินหลักร้อยหรือพันล้านสำหรับเพื่อการสร้างโรงงาน ในระยะสั้นการว่าจ้าง ก็ถือว่าเป็นการตกลงใจทางธุรกิจที่เฉลี่ยวฉลาด

แบบอย่างของ OEM

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ – เพราะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ทำให้การจ้างและก็การบริษัท ผลิตของให้ทำเป็นง่าย อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ความลับธุรกิจรั่วไหล เจ้าของแบรนด์ใหญ่ก็จำเป็นต้องจ้าง หลายบริษัท สำหรับในการทำแต่ละขั้นตอน เพื่อไม่ให้แต่ละโรงงาน ถือความลับมากเกินไป

ผลิตภัณฑ์แฟชั่น – ด้วยความที่จุดขายของสินค้าแฟชั่นอยู่ที่การออกแบบแล้วก็คุณภาพ ทำให้ผู้ครอบครองแบรนด์แฟชั่นมิได้จะต้องเป็นคนควบคุมกรรมวิธีการผลิตเองก็ได้ นอกจากนั้น เราจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์แฟชั่นหลายสิ่งหลายอย่างมี ‘ส่วนประกอบเยอะแยะ’ ดังเช่นว่ากระเป๋ามีซิป ตาขอ ตัวล็อค ห่วง ซึ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยนี้ก็จำเป็นต้องอาศัยโรงงานอื่นผลิตให้

โปรแกรมซอฟต์แวร์ – โปรแกรมก็เป็นสินค้าที่เราสามารถว่าจ้างบริษัทอื่นในการผลิตให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมที่ไม่ได้จำต้องเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ศูนย์ สามารถนำโปรแกรมอื่นๆที่เคยทำมาแล้วมาปรับนิดหน่อยและก็ใส่แบรนด์ใหม่ได้ เช่น ฟิพบร์ที่มีการใช้งานบ่อยๆอย่างการคำนวณตัวเลข ระบบจ่ายตลาดข้างหลังบ้าน

เครื่องแต่งตัว-อาหารเสริม – เครื่องแต่งตัวและก็อาหารเสริมก็เป็นธุรกิจที่เราเห็นได้บ่อยในไทย แน่นอนว่าธุรกิจโรงงาน ก็มีหลายระดับ มีอีกทั้งระดับที่บริการดี ปฏิบัติงานเป็นมือโปร ไปจนกระทั่งบริษัทที่ปัดความรับผิดชอบเยอะแค่ไหน พวกเราจะมองเห็นได้ว่าธุรกิจ นั้นมีความโล่งใสน้อยและมีช่องว่างเยอะสำหรับในการเอาเปรียบ โดยเฉพาะเรื่องของ ‘ความชำนาญต่างๆ’

ที่คนจ้างก็มีไม่เท่าเจ้าของที่ผลิตมานานอยู่แล้ว ละเว้นในเรื่องที่ผลิตสินค้าง่ายๆหรือเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง Appleบางผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตหลายกระบวนการก็จะต้องใช้โรงงาน หลายแห่งสำหรับในการผลิต เพื่อได้ประสิทธิภาพมากที่สุด รถยนต์ก็จะต้องมีการผลิตประตู ล้อรถ และชิ้นส่วนอื่นๆแล้วก็นำองค์ประกอบพวกนี้มาประกอบในโรงงานหลัก สินค้าอื่นๆอาทิเช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือกระเป๋า

ก็ใช้แนวทางการเดียวกัน ซึ่งเจ้าของแบรนด์อย่าง Toyota ก็เลือกที่จะปฏิบัติภารกิจส่วนมากด้วยตัวเอง ส่วนบริษัทอย่าง Apple ก็เลือกที่จะว่าจ้างบริษัทอื่นทำให้ ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของหน่วยงานอีกทีนอกจากนี้ก็มีเรื่องมีราวขององค์ประกอบประเภทต่างๆยกตัวอย่างเช่น สายชาร์จมือถือ หน้าจอ แบตเตอรี่ ที่ถูกทำมาในปริมาณมาก เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงภายหลัง (OEM for Replacement Parts)

สุดท้ายนี้เกี่ยวกับธุรกิจ OEM

ในที่สุดแล้ว สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจสามารถร่วมงานกับ ได้อย่างประสบผลสำเร็จก็คือ ‘ความรู้’ ถ้าเกิดพวกเราต้องการผลิตครีมแม้กระนั้นพวกเราไม่รู้จักส่วนประกอบ พวกเราก็อาจไม่สามารถที่จะผลิตสินค้าที่ตามมาตรฐานและก็อยู่ในราคาที่เราต้องการได้ ธุรกิจ โดยมากมี ‘สิ่งที่ได้เปรียบ’ อยู่ที่เครื่องจักรและก็ความเชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่แล้ว

ธุรกิจชนิดนี้จะไม่ถนัดด้านการตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภค ทำให้ผู้ครอบครองแบรนด์ที่มีไอเดียต่างๆสามารถร่วมมือกันได้ง่ายเพื่อสร้างจังหวะใหม่ๆในธุรกิจเพราะฉะนั้น ในโลกที่เพอร์เฟ็ค พวกเราก็ต้องหาคู่ค้าธุรกิจที่มีความโปร่งสบายใส เอาใจใส่สำหรับการติดต่อสื่อสารกับเรา แล้วก็มีความรับผิดชอบ เพื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในราคา รวมทั้ง ประสิทธิภาพ ที่เหมาะสม

ODM (Original Design Manufacturing)

เป็นสินค้าที่เกิดขึ้นจาก โรงงานที่ช่วยดูแลการผลิตตั้งแต่ขั้นตอนก่อนที่จะมีการผลิต (Pre-production), การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์, ไปจนถึงปฏิบัติการผลิตสินค้าให้แก่ผู้ว่าจ้างนำเอาไปติดยี่ห้อสินค้าเพื่อกระทำการจำหน่ายต่อไปซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มาจากโรงงาน ODM นี้อาจเป็นสินค้าพื้นที่โรงงานร่วมกันปรับปรุงกับผู้ว่าจ้างที่เป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับแบรนด์นั้นๆที่ราคาแพงต้นทุนสูง หรือสินค้าทั่วไปที่โรงงานพัฒนาขึ้นและก็นำไปเสนอขายให้กับลูกค้าหลายๆเจ้าที่เจ้าทางมีต้นทุนลดลงมาก็ได้เช่นกันการใช้สินค้าจากโรงงาน ODM ที่มี

บริการแบบครบวงจร นี้ก็ทำให้นายจ้างสามารถมุ่งความพอใจไปที่การวางเป้าหมายการตลาดได้อย่างมาก ด้วยเหตุว่าไม่จำเป็นที่ต้องห่วงกับกรรมวิธีพัฒนาและก็ผลิตผลิตภัณฑ์เท่าไรนัก และก็ถึงแม้ว่าทุนสำหรับในการผลิตสินค้าชนิดนี้จะค่อนข้างจะสูง ด้วยเหตุว่าเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่ผูกขาดกับแบรนด์ของตนเอง) แต่เมื่อหักลบกับค่าจ้างแรงงานในการพินิจพิจารณาพัฒนาผลิตภัณฑ์และก็ด้านอื่นๆลงไปและจากนั้นก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มอยู่ไม่น้อย

สินค้าตัวอย่างประเภท ODM

โรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอบางทีอาจเข้าไปติดต่อขอทำการค้าแบบ ODM กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านเสื้อผ้า โดยพูดคุยตกลงกันแล้วก็เสนอวางแบบเสื้อผ้าให้กับแบรนด์นั้นๆทำให้เจ้าของแบรนด์สามารถมุ่งความสนใจไปที่การทำการตลาดได้เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มเปี่ยม

OBM (Original Brand Manufacturer) เป็นอย่างไร ?

Original Brand Manufacturing (OBM) นั้นก็คือโรงงานของแบรนด์นั้นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเลย ซึ่งโรงงานนี้จะปฏิบัติการศึกษาและปรับปรุงสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนแรก ไปจนกระทั่งการสร้างผลิตภัณฑ์และก็รับผิดชอบด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ตัวเองทุนการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดนี้บางทีอาจไม่เท่ากันในแต่ละล็อต เนื่องจากว่าทางบริษัทสามารถ คุมราคาทุนของสินค้าได้อย่างอิสระ (และสามารถผลิตตามกำลังที่อยากได้ในแต่ละล็อตได้)

ทั้งยังยังสามารถควบคุมประสิทธิภาพของสินค้าได้ในทุกกรรมวิธีการผลิตเพราะสามารถตรวจตราประสิทธิภาพสินค้าได้ในทุกขั้นตอน รวมทั้งสินค้าจากโรงงานประเภทนี้ก็ยากต่อการเลียนแบบเนื่องมาจากมีเพียงทางบริษัทเท่านั้นที่รู้กรรมวิธีการผลิตนั่นเอง แม้กระนั้นโรงงานจำพวกนี้ ก็มีทุนจัดตั้งที่สูงแล้วก็ทำให้ทางบริษัทจำเป็นต้องว่าจ้างแรงงานมากไม่น้อยเลยทีเดียวเพื่อปฏิบัติงานผลิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งหากมิได้มีความต้องการสินค้าในจำนวนมาก หรือมีความสำคัญต้องย้ายที่อยู่ฐานการสร้างก็เสี่ยงต่อการขาดทุนสูงอย่างยิ่งจริงๆ

pubbellyboys

Recommended Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *