Kingdom Season 2 (2020) พากไทย

Kingdom Season 2 (2020) พากไทย

Kingdom Season 2 (2020) พากไทย

Kingdom Season 2 (2020) พากไทย เมื่อเวลา 7 ปีผ่านไป พระราชาน้อยเติบโตขึ้นโดยไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริง ที่แขนยังคงมีรอยถูกกัดในอดีตกาล และจากนั้นก็ได้พวกบัมพัลคอยเป็นที่ปรึกษาดูแลให้ ด้านภรรยาของมูยลก็ได้เป็นนางกำนัล คอยแอบเฝ้าดูลูกชายตัวเองเจริญเติบโตด้านยงคุ้นชิน ได้ออกเดินทางไปพร้อมด้วยอีชางและซอบีเพื่อค้นหาความลับของสมุนไพรที่เป็นสาเหตุของโรคซอมบี้ ก็ได้กลับมาเมืองหลวงแล้วมอบบันทึกที่ซอบีเขียนให้บัมพัล พร้อมทั้งยังเหลือปัญหาบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งบางทีก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้นึกฝันมากกว่า ในช่วงเวลาที่พระมหากษัตริย์น้อยที่พักผ่อนอยู่ ก็พบว่ามีหนอนชอนไชจากแผลที่แขนแล้วจะเข้าสู่สมองด้านอีชางแล้วก็ซอบี ก็พาคนเริ่มเดินทางไปค้นหาความเป็นจริงเรื่องสมุนไพร จนกระทั่งเริ่มพบว่า สมุนไพรนี้มีที่มาจากต่างประเทศ และมีคนนำมาปลูกไว้ ภาพท้ายที่สุดก็เลยเป็นการแสดงตัวของ หญิงสาวปริศนา (แสดงโดย จวนจีฮุน) ที่มาพร้อมดาบยักษ์สะพายข้างหลัง และก็ลังไม้ที่กักบริเวณพวกซอมบี้ไว้ แล้วปูเรื่องราวไปซีซันสามต่อไปรีวิว สปอย Kingdom ss2 การกลับมาของซอมบี้ประเทศเกาหลีสมัยโชชอน รีวิว Kingdom Season 2 (2020)  มีจุดหักมุม ปูทางซีซัน3 13Kingdom ss2 รีวิว สนุกสนานไหมที่จริงแล้ว ให้คิดซะว่า ss1-2หมายถึงซีซันเดียวกัน ประเด็นนี้จะจบรายละเอียดลงในซีซันเดียวได้พอดิบพอดี คือตอนจบของซีซันสองนี้ มันเป็นการปูทางไปเนื้อหาบทใหม่แบบ Time Skipสไตล์การดำเนินเรื่องย้ำความรวดเร็ว กระชับ ตัวร้ายที่เป็นจอมบงการหลักในซีซันแรก อย่างโจฮักจู ถูกจัดแจงได้ตั้งแต่ขั้นแรก ซึ่งก็ถือเป็นการดำเนินเรื่องที่เร็วทันใจดี จะมีติดอยู่บ้างตรงที่ลักษณะการเขียนบทในซีรีส์ในช่วงแรกเลือกใช้กระบวนการของซีรีส์ย้อนยุคแนวเก่า เป็นเน้นย้ำเรื่องที่ตัวร้ายวางแผนอุบาย สร้างให้กำเนิดความเข้าใจผิด ใส่ความตัวเอก แถมแผนเล่ห์เหลี่ยมเป๊ะมากมาย เช่นเดียวกันกับแลเห็นทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ซึ่งการสร้างเหตุการณ์กดดันให้ตัวนำที่ก็ไม่ค่อยมีอำนาจอะไรอยู่แล้ว ต้องมาเสียความเป็นธรรมไปอีกนั้น เป็นแนวทางเก่าของซีรีส์จีนแนวกำลังภายใน กับแนวชิงอำนาจในวัง นี้ก็ไม่นึกว่า ซีรีส์ประเทศเกาหลีสมัยใหม่อย่าง Kingdom ที่เน้นย้ำดำเนินเรื่องกระชับ จะเอาวิธีการแบบนี้กลับมาใช้

สวัสดีครับผมห่างหายจากรีวิวนานมากเลยผมกลับมาเเล้ว กับหนังเรื่องDetective Chinatown 3

โดยเรื่องนี้ผมได้ดู2 ภาคเเรกมาก่อนขอบอกเลยสนุกมากเป็นหนังที่เกิดมาเพื่อผู้ส่งเสริมอย่างเเท้จริง โดยหนังใส่มุกตลกขบขันมาไม่หยั้งเเละเว้นช่องว่างไว้ให้ผู้ช่วยเหลือไว้มากพอจนกระทั่งควรจะหนังเป็นหนังเเนวขำขันเเบบไร้สารระคิดได้อันไหนใส่มาก่อนเเละมุกต่างๆเล่นใหญ่กันจริงๆDetective Chinatown 3 โดยภาคนี้เขามาเมืองโตเกียวเพื่อมาสืบคดีการฆ่าเจ้าพ่อมาเฟีย

โดยถูกขอมาจากโนดะ ฮิโรชิ ขอให้กลุ่มผู้แสดงนำชายไปช่วยทำคดีหนึ่งให้โดยโนดะ ฮิโรชิ เป็นหนึงใน เเอปนักสืบเป็นรระดับท็อปลำดับ3ดารานำชายพวกเราอยู่อันดับ2ชื่อเเอปผมจำไม่ได้ โดยลำดับ1ยังคงเป็นปริศนาโดยชื่อของเขาเป็นQ เรื่องราวต่อจากภาคที่เเล้ว100%ครับมีการเอ๋ยถึงตตัวละครในภาค1ด้วยๆเเต่ก็ไม่ได้พูดถึงมากสักเท่าไรนักทำให้ผู้ที่ไม่เคยดูดูได้สบายๆครับรรับประกันไม่

งงงวย เเน่นอน เรื่องราวภาคนี้เกิดเรื่องราวใหม่ๆหมด โดยรวมเเล้วเป็นหนังยิ่งมุกรั่วๆเราจะเห็นการเล่นใหญ่ ตั้งเเต่ตอนต้นเรื่องเลยยังท้ายเรื่อง นอกเหนือจากมุกที่ฮาๆเเบบสุดๆเเล้วเรื่องความเข้มข้นของการพิสูจน์ในเรื่องทำออกมาเจริญครับผมหน้าติดตามโดย เฉพาะช่วงท้ายเรื่องบอกเลยเป็นไรที่หักมุมมากมาย นอกเหนื่อจากตัวเนื้อหาเเล้วดูนักเเสดงบ้างดีมากยิ่งกว่า

ภาคนี้มีพี่จาพนมไปด้วย555 เขาสู้กับเอเลี่ยน เขาสู้กับมอสเตอร์ มาเเล้ว รอบนี้เขามา รับบทเป็นนักสืบจากเมืองไทยๆ555 เป็นครั้งเเรกที่พี่จารับบทขำขันๆพี่เเกเเสดงก้าวหน้านะครับ เห็นในนี้เเล้วผมอดสงสารมิได้ไปดูเอง555 เป็นก้าวเเรกภาพยนตร์หวังว่าจะได้มองเห็นพี่เเกเเสดงอีก โดยหนังยังมีเล่าถึงวัฒนธรรมไทยมีพระมาด้วยนะๆ โดยรวมเเล้วเป็นหนังตลกที่เล่นใหญ่ใส่มุกมาไม่หยั้งมือ เเละการสอบสวนหน้าติดตาม

แถมบทที่ฝั่งพวกผู้แสดงนำชายจะเอาคืนแล้วคลี่คลายรวมทั้งทำลายแผนของตัวร้ายก็ออกมากล้วยๆมิได้สลับซับซ้อนเท่าไรนัก

แถมดูจะชนะง่ายเกินไปด้วยหากคิดถึงเรื่องที่ตัวร้ายคิดแผนมาอย่างคมคายตั้งนาน แต่ว่าตรงนี้จะมองว่าเป็นลักษณะเด่นของเรื่องก็ได้ ที่ตัวซีรีส์เลือกจะจัดแจงสะสางตัวละครให้หมดไปในสองซีซันนี้ ซึ่งเนื้อหารวมแล้วเพียงแค่ 12 ตอน พอๆกับซีรีส์ปกติทั่วไปสำหรับเพื่อการดำเนินเรื่องใน Kingdom ss2 พอเพียงจะแบ่งเรื่องออกได้เป็น 2 บทใหญ่ เป็นตอน 1-3 รวมทั้ง

ตอน 4-6โดยในตอน 1-3 เป็นการเฉลยคำตอบเงื่อนที่ค้างคาจากซีซันแรก Kingdom Season 2 (2020) พากไทย ซึ่งก็เฉลยออกมาได้ดี แล้วก็ย้ำอีกรอบเรื่องที่พวกซอมบี้ในประเด็นนี้ไม่ได้แพ้แสงตะวัน แต่ว่ากลัวอากาศหนาวเย็น และเฉลยคำตอบปมในสมัยก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ในเรื่องซอมบี้อาละวาดคราวแรกเมื่อ 3 ปีกลาย ซึ่งตัวเรื่องยังโยงเนื้อหาให้ไปเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เกาหลีในช่วงที่กองทัพญี่ปุ่นยกทัพผ่านทะเลมาบุกประเทศเกาหลีด้วย

โดยหัวข้อนี้บอกเหตุผลว่า ทำไมทหารประเทศเกาหลีที่มีน้อยกว่า ถึงตีโต้ทัพประเทศญี่ปุ่นให้ล่ากลับไปได้ ซึ่งสาเหตุก็มาจากการเริ่มใช้กองทัพซอมบี้ให้เป็นอาวุธนี่เองส่วนเรื่องราวในตอน 4-6 จะเป็นตอนของการชิงบัลลังก์คืนจากพระมเหสีโจ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาถือได้ว่านักแสดงที่ในเรื่องพยายามให้แอร์ไทม์จำนวนมาก แม้กระนั้นก็ดูเหมือนจะมากไม่น้อยเลยทีเดียวเหลือเกินหน่อย

แถมบทของตัวละครก็จบด้วยการเป็นตัวร้ายในสไตล์นางอิจฉาหิวอำนาจที่บทรูปแบบนี้มีอยู่ให้เห็นจำนวนมากในซีรีส์แนววังหลัง แม้กระนั้นประเด็นนี้ก็ถือว่าพยายามทำเป็นดีสำหรับเพื่อการหาทางวางบทให้นางเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดฉากแอ็กชั่นตะลุยกับพวกกองทัพซอมบี้ข้างในวังหลวง ซึ่งก็นำมาซึ่งผลสรุปของการชิงบัลลังก์คืนที่น่าประทับใจแล้วที่สำคัญเป็น ในตอนสุดท้ายได้มีการวางปมที่น่าสนใจแล้วก็น่าติดตามไว้ในซีซันสามด้วย (เลื่อนลงมาอ่านสปอยตอนสุดท้ายได้ข้างล่าง)

อันดับแรกออกตัวว่าผมเป็นแฟนทีม Liverpool ครับผม ผมจะขอรีวิวตามความรู้สึก

รวมทั้งขอไม่ให้แต้มหนังประเด็นนี้ละกัน สักครู่มันจะเป็นการอวยเหลือเกิน 555+นี่เป็นหนังสารคดีของ Liverpool กับทางการได้แชมป์พรีเมียร์ลีกหนแรกในรอบ 30 ปี ของฤดูกาล 2019/20 ภายหลังที่พวกเขาพึ่งจะครอบครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกไปครอบครอง นำโดยผู้จัดการอย่าง Jurgen Kloppแน่ๆว่านี่เป็นหนังเฉพาะกรุ๊ปมาก ถ้าหากเป็นแฟนบอลทีมอื่นอาจไม่อิน

และก็ถ้าเป็นคนมิได้ติดตามเลยก็ย่อมจะไม่อินเข้าไปใหญ่ มันเป็นการย้อนดูการบรรลุผล การผ่านเส้นทางอันยากลำเค็ญ พวกเราจะได้มองว่าพวกเขาจำเป็นต้องพบเจอกับอะไรบ้างตลอดฤดู การฟันฝ่าลูกนี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่คิดนี่คือผลงานการดูแลแล้วก็เขียนบทของ James Erskine ที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาผมเพิ่งเคยมองผลงานของเขาไปกับเรื่อง Billie

และก็ต้องบอกตามตรงว่ารังเกียจเลย น่าเบื่อมากๆบางครั้งอาจจะเนื่องจากว่าไกลตัวและพวกเราไม่เคยทราบ Billie Holiday ด้วยมั้ง แต่ว่าเพียงพอมาเป็น Liverpool ทีมที่เราเชียร์ก็เลยตัดสินใจไปดูด้วยแหละแต่ว่ามันก็ยังคงกลัวเช่นเดียวกันว่าจะทำออกมาน่าเบื่อแบบ Billie จะทำอย่างไรให้มันยังคงกินใจ ตื่นเต้น รวมทั้งอินกับเรื่องราวที่คนรู้อยู่แล้วตัวหนังส่วนมากเล่าโดยการสัมภาษณ์ผ่าน Jurgen Klopp ถึงเหตุการณ์ต่างๆความรู้สึก ความคิด การตัดสินใจ ในขณะนั้นๆรวมทั้งทัศนะวิสัยกระบวนการทำทีมของเขาด้วย และก็ด้วยความที่ Klopp

เป็นคนพูดเก่ง มีวาทะศิลป์ดี เราก็จะได้เห็นคำคม หรือประโยคต่างๆที่ฟังแล้ว “โห ยอดเยี่ยม” แล้วก็การได้มองเห็นเขามานั่งให้สัมภาษณ์แบบบรรเทา ยิ้ม หัวเราะ มันเป็นความรู้สึกที่ดีสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลสุดๆเลย ด้วยเหตุว่ามันอาจจะไม่มีจังหวะที่พวกเราจะได้เห็นเขาเป็นแบบนี้สักเท่าไหร่ (ในสนามแยกเขี้ยวตลอดเลย 555+)สลับกับการสัมภาษณ์ผู้เล่น สำคัญๆก็จะเป็น Virgil van Dijk, Jordan Henderson, Alisson Becker, Sadio Mane และก็มีคนอื่นอีกบ้างอย่าง Roberto Firmino, Trent Alexander-Arnold, Alex Oxlade-Chamberlain

รวมทั้งอดีตกาลนักฟุตบอลและก็ผู้ฝึกสอนอย่าง Kenny Dalglish แอบเสียดายตรงที่ทำหนังสารคดีเกี่ยวกับ Liverpool ทั้งที คงจะได้สัมภาษณ์เหล่าผู้เล่นผู้อื่นมากยิ่งกว่านี้ มีคนไม่ใช่น้อยที่พวกเราอยากทราบความรู้สึกของพวกเขามากมาย พวกเขาอาจจะมีขณะที่ยากลำบากและน่าจดจำในช่วงฤดูกาล 2019/20 ไม่มากมายมากพอๆกับเหล่าผู้เล่นคนอื่นและก็หนังยังไม่ลืมที่จะสัมภาษณ์แฟนบอลที่เป็นอย่างยิ่งสำคัญสำหรับในการครองแชมป์ของ Liverpool แต่ว่ามีความรู้สึกว่าพวกเราไม่ค่อยอินกับพาร์ทแฟนบอลสักเท่าไหร่

มันคงจะมีคู่รักบอลผู้อื่นที่น่าจะทำให้เรื่องราวอินได้มากกว่าที่ตัวหนังเลือกมาเล่า มาเอ๋ยถึงความ exclusive มันมีนะ แต่ไม่เยอะแยะ แน่นอนว่าเราคงจะไม่เคยรู้หรือรับรู้ความรู้สึกในหลากหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในฤดูกาล 2019/20 ที่ตรงนี้มันก็จะมีความพิเศษหน่อย แต่ว่าฟุตเรื่องต่างๆมันยัง exclusive น้อยไปหน่อย หลายฟุตเราก็เคยเห็นกันมาแล้ว อาจจะมีในสนามซ้อมที่ไม่เคยมองเห็น แม้กระนั้นที่ต้องการเห็นคือช่วงเวลาก่อนแข่งในห้องแต่งตัวแมชสำคัญๆเราไม่เห็นเลย…ในภาพรวมหนังมันก็มิได้น่าระอาเหมือนอย่างที่คิด บางช่วงรีบเล่าเร็วไปด้วยซ้ำ แต่ก็ยังคงมีซีนให้ตื้นตันใจ ซาบซึ้งใจ ดราม่า โมเมนท์น่ารักน่าเอ็นดูๆของผู้จัดการ ของผู้เล่นให้เราได้เห็นตลอดทั้งเรื่อง

ด้านการเล่าเรื่อง นับว่าเป็นจุดแข็งสำคัญอย่างหนึ่งของซีรีส์นี้

เพราะว่าหลายตอนเลือกใช้การเล่าเรื่องแบบเล่าย้อน จากมุมมองของนักแสดงในเรื่อง Kingdom Season 2 (2020) พากไทย สลับกับเรื่องตอนนี้ มากกว่าจะเล่าไปตามเส้นเรื่องธรรมดา ซึ่งก็ถือว่าทำจุดนี้ได้ดีมากสำหรับมาตรฐานซีรีส์ชั้นแนวหน้าด้านโปรดักชั่น เอฟเฟค CG เพลงประกอบ ถือว่าเป็นซีรีส์เกาหลีที่จัดเต็มในเรื่องนี้มาก กระทั่งไม่น่าสนเท่ห์ใจว่าเพราะเหตุไรถึงทยอยทำพาร์ทละ 6 ตอน

เพราะใช้งบเยอะแยะ แต่ว่าก็ถือว่าแลกเปลี่ยนมากับการได้ผลสำเร็จงานที่ช่วยเรียกผู้ชมให้กับ Netflix ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะคนชอบดูหนังทวีปเอเชียและก็คนชอบแนวซอมบี้ + แนวย้อนยุคเกาหลีสำหรับในซีซัน 2 ก็ยังคงแอบแฝงการจิกกัดและสะท้อนโครงสร้างสังคมในเกาหลี และก็ยังมีประเด็นประเด็นการทอดทิ้งเมืองตอนใต้ของวงศ์สกุลโชชอนในยุคนั้น

หรือหากจะเปรียบเทียบกับโลกในปัจจุบันก็คล้ายกับรัฐบาลเกาหลีในยุคนี้ที่ให้ความสำคัญกับเมืองใหญ่ กระทั่งทำให้เมืองหลักในประเทศเกาหลีหลายที่เปลี่ยนเป็นเมืองที่มีราษฎรพักอาศัยหนาแน่น แม้กระนั้นยังคงปล่อยทิ้งการให้ความใส่ใจกับสังคมส่วนอื่นๆหรือที่เรียกกันว่าริม ซึ่งคือปัญหาเรื่องความแตกต่างด้านสังคมของประเทศเกาหลีตอนนี้แล้วยังมีจุดเล็กๆที่ซีรีส์ยืมไอเดียมาจากประวัติศาสตร์จีน อาทิเช่น การเอาประโยคเด็ดๆในจีนสมัยฮั่นมาใช้

ไปจนถึงฉากที่อีชางไปพบกับองค์ชายที่เป็นอาของตัวเองซึ่งถูกเนรเทศกำลังนั่งตกปลาแต่ว่าตกมิได้ คล้ายกับตำนานเรื่องที่โจวอู่หวางได้เจอกับเจียงไท่กง แล้วชักชวนอีกฝ่ายมาเป็นที่ปรึกษา ก็คล้ายกับผลสรุปในเรื่องที่ได้อีกฝ่ายมาเป็นเยี่ยมในเสนาบดีช่วยงานพระราชาเด็กต่อไป

Songbird เป็นหนังที่ได้แรงดลใจมาจากเหตุการณ์ Covid-19

ที่เกิดขึ้นจริงๆซึ่งกระบวนการเขียนบทและถ่ายทำ เกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์ Covid-19 จริงๆด้วย ชี้แจงเรื่องสมมุติในโลกอนาคตปี 2024 เมื่อไวรัส Covid-23 กลายพันธุ์ทำให้มีคนตายทั้งโลกไปหลายร้อยล้านคน ทั่วโลกก็เลยจะต้องอยู่ในภาวการณ์ล็อคดาวน์ห้ามคนใดกันแน่ออกไปไหน หากละเมิด รัฐบาลก็สามารถกำจัดทิ้งได้ในทันที เว้นเสียแต่แต่ว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันเท่านั้น

ซึ่งดารานำชายของเราแสดงโดย K.J. Apa เป็นชายผู้มีภูมิต้านทาน กำลังจะออกไปช่วยแฟนสาวสวมบทบาทโดย Sofia Carson หลังจากที่เธอถูกสงสัยว่าติดโรคร้าย กำลังจะถูกข้าราชการพาตัวไปยังสถานที่กักกันนี่ไม่ใช่หนังตื่นเต้น ไม่ใช่หนังเอาชีวิตรอดจากโรคระบาดอะไรขนาดนั้น แต่มันเป็นหนังรักที่มีแบ็คกราวในช่วงการระบาดของไวรัสร้ายต่างหาก และไม่ใช่เรื่องราวความรักของคู่พระ-นางเท่านั้น

มันยังมีหลายใจความสำคัญ เรื่องราวความอ้างว้างที่นำคนมาเจอกัน ครอบครัวบาดหมางที่ข้างชายออกไปคบชู้ช่วงวัววิด ความรัก ที่หนังอุตสาหะจับเอามาเกี่ยวข้องกันแบบไม่มีความจำเป็น หลายๆจุดก็มองฝ่าฝืนๆและก็ที่สำคัญไม่ว่าจะเรื่องราวของนักแสดงไหนก็ตาม มันไม่ได้อินเลยนิดหน่อย ให้ย้ำเรื่องราวคู่พระ-นาง เพิ่มมิติ เพิ่มบท เพิ่มเรื่องราวให้พวกเขายังดีเสียกว่าแม้กระนั้นเรื่องราวของคู่พระ-นางก็ไม่ได้แตกต่างกัน

หนังมิได้ทำให้เรารู้สึกอยากเอาใจช่วยทั้งคู่คนเลยแม้แต่น้อย ไม่อิน ไม่หวาน ไม่ซึ้ง ไม่อะไรเลย และก็ยังไม่มีจุดที่ลุ้น ตื่นเต้น ระทึกอะไรเลยเช่นกัน แถมยังไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากความอันตรายของเชื้อไวรัสสักเท่าไหร่ด้วยสรุปแล้ว Songbird เป็นหนังที่ฉายถูกช่วงแหละ ถ้าหากไม่ใช่ตอนนี้ก็ไม่รู้เรื่องจะไปฉายตอนไหนแล้ว แต่ว่าก็นะ…ไม่เวิร์คแหะ

Monster Hunter เป็นหนังที่ผลิตมาจากเกมมีชื่อเสียง ผลงานของผู้กำกับ Paul W.S. Anderson

(ผู้กำกับแฟรนไชส์ Resident Evil) ที่แน่นอนผู้แสดงนำของเรื่องเป็นภรรเมียของผู้กำกับอย่าง Milla Jovovich แม้กระนั้นคราวนี้เกาะติดคู่กับศิลปินสายบู๊โด่งดังของไทยอย่าง จา พนม หรือ Tony Jaa Monster Hunter บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหน่วยทหารที่ตามหาทหารอีกหน่วยที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย และนั่นนำพาพวกเขาทะลุมิติไปอยู่ยังโลกที่ใหม่ที่เต็มไปด้วยตัวประหลาดที่คร่าชีวิตพวกเขาไปหมดเหลือไว้เพียงแต่หัวหน้าหน่วยอย่าง Artemis เท่านั้น

คุณก็เลยได้ออกเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอด แม้กระนั้นก็โชคดีได้เจอกับ Hunter ทำให้ทั้งคู่จะต้องร่วมมือกันจัดแจงเหล่าสัตว์แปลกรวมทั้งเอาชีวิตรอดออกมาจากที่อันตรายแห่งนี้จำต้องออกสตาร์ทก่อนว่าไม่เคยเล่นเกมนี้เลยสักหนึ่งครั้งเดียว Kingdom Season 2 (2020) พากไทย รู้จักเพียงแต่ชื่อมันแค่นั้นจริงๆด้วยเหตุนั้นบางสิ่งในหนังที่ปรากฏมาเป็นต้นว่าเหล่าสัตว์แปลกหรืออาวุธต่างๆไม่เคยทราบว่าแฟนเกมว้าวมั้ย

แต่ว่าเราก็เฉยๆและจากนั้นก็ไม่ได้อินกับมันสักเท่าไหร่เรื่องราวของหนังไม่มีอะไรมากมายลย หลุดไปในมิติ เอาชีวิตรอดด้วยการสู้กับอสูรกาย แค่นั้นจริงๆมีการปูข้อความสำคัญเรื่องครอบครัวของผู้แสดงนำเพราะเหตุไรไม่รู้จัก มิได้มีหรือใช้ประโยชน์อะไรจากพาร์ทนั่นเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญหนังปูระยะนี้นานไปมั้ย…

กลับสู่หน้าหลัก https://pubbellyboys.com/